Article

Lightsaber in Photoshop (Quick)

คงเคยเห็นกระบี่ลำแสงกันในภาพยนตร์ Starwars แล้วนะครับ ซึ่งมันเท่มากๆ ครั้นจะทำเองก็ไม่ได้ ขนาดวิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังทำไม่ได้เลย แต่ไม่ต้องห่วงไป แค่เรามี Photoshop กับจินตนาการ เราทำได้ทุกอย่างครับ นี่เป็นวิธีทำแบบง่ายๆรวดเร็ว เหมาะสำหรับทำหลายๆภาพแบบเร่งๆ หรือทำภาพขนาดเล็กๆที่ไม่ต้องมีรายละเอียดมากๆ


นี่คือภาพต้นฉบับที่เป็นไม้ธรรมดานี่เอง


ใช้เครื่องมือ Brush วาดสีขาวทับลงไป ถ้าจะให้ตรง กด Shift ค้างไว้และคลิกที่จุดเริ่ม กับคลิกที่จุดปลาย โปรแกรมจะทำเส้นตรงให้เราเอง


ไปที่ Filter / Blur / Gaussian Blur แล้วปรับความเบลอเล็กน้อย(อย่ามากเกินไป)


จากนั้นสร้างเลเยอร์ขึ้นใหม่ และนำไปวางไว้ใต้เลเยอร์ดาบสีขาว จากนั้นใช้เครื่องมือ Brush ปรับขอบฟุ้งเยอะๆ แล้ววาดทับเส้นเดิม(แต่มันอยู่ใต้) ก็จะเป็นแบบนี้

แค่ 3 ขั้นตอน เราก็ได้ Lightsaber มาใช้ในภาพนิ่งกันแล้วครับ

Lightsaber in Photoshop (Great)

เนื่องจากการทำแบบ Quick มันง่ายและเร็วก็จริง แต่ถ้าจะใช้กับภาพใหญ่ๆ ที่สังเกตง่ายๆ มันยังไม่สวยนักหรอก ฉะนั้น เรามาใช้อีกวิธีนึง ที่แม้จะช้าและหลายขั้นตอนกว่า แต่ก็ให้ความสวยงามที่สมจริงยิ่งกว่า


ภาพต้นฉบับเหมือนมะกี๊อ่ะ


สร้างเลเยอร์ใหม่ เป็นโหมด screen และติ๊กถูกในช่อง Fill with Screen-neutral color (Black) ด้วย


ที่เลเยอร์นี้ ใช้เครื่องมือ Pen tools สร้างเส้น Path ขึ้นตามรูปดาบ ที่ใช้เครื่องมือนี้เพราะสามารถควบคุมเส้น path ได้ดีกว่านั่นเอง


คลิกขวาเลือก Make Selection อาจจะเลือกค่า Feather เป็น 1 ได้


เทสีขาวลงไปทั้ง Selection


จากนั้น ให้ทำการ Duplicate เลเยอร์ออกมาอีกอย่างน้อย 3 เลเยอร์


ไปที่ Filter / Blur / Gaussian Blur แล้วตั้งค่าเบลอแต่ละเลเยอร์
(ของตัวดาบสีขาว)ดังนี้ 1 , 5 ,15


จากนั้นให้รวมเลเยอร์ทั้ง 3 เป็นเลเยอร์เดียว โดยการ พ่วงเลเยอร์ทั้งหมดแล้วกด Ctrl+E


ไปที่เมนู Image / Adjustments / Color Balance หรือกด Ctrl + B
และปรับค่าสีของแสงดาบเราตามใจชอบ ควรปรับให้ครบทุกช่อง (Shadows,Midtones,Highlights)

แค่นี้เราก็จะได้ Lightsaber มาใช้กันอีกแล้ว และก็สวยงามสมจริงอีกด้วยครับ

Lightsaber in After Effect

ถ้าการทำกระบี่ลำแสงใน Photoshop มันได้แค่ภาพนิ่ง แล้วเกิดอยากจะทำแบบภาพเคลื่อนไหวล่ะ จะทำยังไง คำตอบก็คือ เราสามารถใช้ Photoshop ทำภาพนิ่งทีละเฟรมๆได้ครับ แต่มันเหนื่อยกว่า ด้วยเหตุนี้โปรแกรม After Effect ซึ่งเป็นโปรแกรมเกี่ยวกับ Video Composite จึงมีบทบาทเข้ามาแทน แต่ขอบอกว่า การทำเอ็ฟเฟกต์แบบนี้นี่ ต้องทำทุกเฟรม ทีละเฟรมเลยนะครับ ก็คำณวนเอานะครับว่า 25 เฟรม/1 วินาที คุณจะทำเอากี่เฟรม?


ภาพตัวอย่างนะจ๊า


เปิดโปรแกรมมา สร้าง Composite ใหม่ สำหรับต้นฉบับวีดีโอ ควรมีความละเอียด 720x576 pixel เฟรมเรทที่ 25 สำหรับระบบ PAL ระยะเวลา อันนี้แล้วแต่วีดีโอของคุณครับ


จากนั้นก็ import ไฟล์วีดีโอของเราเข้ามา แล้วลากไปวางไว้บน Comp1


สร้างเลเยอร์ใหม่ เป็นแบบ Solid สีขาว


ไปที่เครื่องมือ Pen Tools สร้างรูปดาบขึ้นมาทับดาบเทียมในวีดีโอ จะเป็นการสร้าง Mask ขึ้นใหม่


ที่สำคัญ อย่าลืมกำหนดคีย์เฟรม Shape ของ mask1 ไว้ด้วย


กด PageUp หรือ PageDown เพื่อเลื่อนไปเฟรมก่อนหน้าและต่อไป
และกำหนดรูปร่างของดาบ ให้ทันเหมือนกับในวีดีโอเสมอ โดยใช้เครืองมือ Move Tools
อย่าลืมดูเรื่องมิติของวัตถุด้วย( perspective , ระยะหน้า , ระยะหลัง)


ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะเสร็จ


หากมีบางตอนที่ตัวดาบต้องอยู่หลังนักแสดง ก็ให้ข้ามไปก่อน ทำเหมือนปรกติไปเรื่อยๆ


จนเมื่อครบแล้ว


กลับมาช่วงที่ตัวดาบอยู่หลังนักแสดงอีกครั้ง สร้าง mask ขึ้นใหม่
โดยใช้เครื่องมือ Pen Tools เหมือนเดิม เพื่อความปลอดภัยให้ล็อค mask1 ไว้ก่อน
ที่ mask2 นี้ ให้ตั้งค่าเป็น Subtract ไว้


ทำเหมือน mask1 คือกำหนดคีย์เฟรมไว้ทุกเฟรม
หน้าที่ของ mask2 คือ แทนตัวนักแสดง ให้บัง mask1 ไว้ทุกเฟรมที่ดาบอยู่หลังนักแสดง
เพื่อความนิ่มนวลให้ปรับ Feather ไว้ด้วยตามเหมาะสม
**ให้กำหนดคีย์เฟรม opacity ของ mask2 ในช่วงปกติไว้ที่ 0 เสมอ เมื่อถึงช่วงที่ต้องการบัง ให้ปรับเป็น 100 และปรับเป็น 0 อีกครั้ง เมื่อหมดจากช่วงที่ต้องการบัง**


เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการ Duplicate เลเยอร์ที่เป็นแสงดาบ(mask1 กับ mask2) ออกไปอีก 3
และมาปรับ Feather ของแต่ละเลเยอร์เป็น 2 , 5 , 15 , 25 ตามลำดับ
ถึงตอนนี้จะเห็นว่า ดาบเลเซอร์ของเรา เริ่มจะมีแสงเรืองๆออกมาแล้ว


สร้างเลเยอร์ขึ้นใหม่ เป็น Solid สีดำ วางไว้ใต้สุด
และ cut (เลือกเลเยอร์วีดีโอและกด Ctrl + X) เลเยอร์วีดีโอของเราออกไปก่อน


สร้าง Composite ขึ้นใหม่ และ Paste(กด Ctrl + V) เลเยอร์วีดีโอลงไป
จากนั้น ลาก Comp1 มาวางบน Comp2
และเปลี่ยน Blending Mode ของ Comp1 ให้เป็น Screen


ไปที่ Effects / Adjust / Color Balance
แล้วปรับสีเอาตามใจชอบ ควรปรับให้ครบทั้ง 3 อย่าง(shadow . midtone , highlight)
จากนั้นก็ลองกด spacebar เพื่อดูผลงาน พอใจแล้วก็กด Ctrl+M เพื่อ make Movie
ค่าที่ตั้งมาอยู่ก็ดีอยู่แล้ว กด Render ได้เลยแล้วก็รอจนเสร็จ

จากขั้นตอนนี้ เราจะได้ไฟล์ประเภท AVI และให้นำไปตัดต่อใส่เสียงอีกทีในโปรแกรม Video Editor เช่น Premiere Pro เป็นต้น เพื่อให้ได้งานที่ออกสู่สายตาชาวโลกต่อไปครับ

เนื่องจากการทำงานกับระบบวีดีโอพวกนี้นะครับ แนะนำว่าน่าจะมีพื้นฐานความรู้เรื่องระบบวีดีโอมาก่อนซักเล็กน้อย เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครับ ถ้าไม่รู้ก็อ่านหนังสือเอาก็ได้นะครับ หรือไม่ก็ลองผิดลองถูกก็ได้ แม้จะช้าแต่จำแม่นเชียวล่ะ


edit @ 2007/08/25 16:32:59